หมู่บ้านแห่งการเรียนรู้

กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเขาไร่ศรีราชา
กลุ่มออมทรัพย์เพื่อการผลิตบ้านเขาไร่ศรีราชา จัดตั้งเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2537 เนื่องจากคณะกรรมการหมู่บ้านเห็นว่า ราษฎรส่วนใหญ่มีอาชีพทำไร่ ทำนา มีเงินลงทุนน้อย จึง ได้ประชุมตั้งกลุ่มออมทรัพย์ขึ้น มีสมาชิกครั้งแรก 37 คน สัจจะคนละ 20 บาท เป็นเงิน 740 บาท คณะกรรมการ 9 คน ประธานฯ คือ นางมั่ง กางสือ วัตถุประสงค์เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนประกอบอาชีพ
– จำนวนสมาชิกทั้งหมด 583 คน ชาย 277 คน หญิง 306 คน
– เงินสัจจะสะสม จำนวน 2,240.541 บาท ณ วันที่ 25 มิถุนายน 2551
– กิจกรรมกลุ่ม
1. ด้านธุรกิจ
1.1 รับฝากเงิน
1.2 ให้กู้ยืมเงิน
2. ศูนย์สาธิตการตลาด


ศูนย์สาธิตการตลาดได้มีการจัดตั้งเมื่อ พ.ศ. 2542 วัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกซื้อสินค้าอุปโภค บริโภคในราคายุติธรรม และรู้จักการนำเงินทุนที่มีอยู่ในชุมชนมาก่อให้เกิดประโยชน์ เป็นการฝึกให้สมาชิกรู้จักการพึ่งพาอาศัยกัน และรู้จักการค้าขาย โดยนำเงินทุนจากกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นทุนดำเนินการ 60,000 บาท และสมาชิกระดมหุ้น 375 หุ้น ๆ ละ 50 บาท เป็นเงิน 13,750 บาท โดยมีคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ฯ เป็นผู้บริหารจัดการ ปัจจุบันมีทุนดำเนินการ 155,075 บาท จากการรวมหุ้นสมาชิกและกำไรจากการดำเนินงานของปีที่ผ่านมาของกลุ่มออมทรัพย์ฯ ดำเนินงานบริหารด้านการตลาด ประกอบด้วยสินค้าอุปโภค บริโภคที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิต และปั๊มน้ำมันหลอด

3. กลุ่มทำน้ำพริก
น้ำพริก เป็นอาหารคู่ครัวคนไทยที่สุดฮิตมาตั้งแต่โบราณ กลุ่มทำน้ำพริก จึงได้สืบทอดการทำน้ำพริกชนิดต่าง ๆ มาจากปู่ย่า ตายาย เพื่อเป็นอาชีพเสริมเป็นการรวมกลุ่มของชาวบ้าน ในหมู่บ้านเอง กลุ่มแม่บ้านบอกว่าสูตรนี้มีมานานกว่า 30 ปีแล้ว ซึ่งวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ทำเมื่อสมัยก่อนไม่มีเหมือนปัจจุบัน แต่ปัจจุบันวิธีการทำก็ยังคงใช้สูตรเดิมอยู่ วัตถุดิบจะซื้อจากตลาด (ภายในหมู่บ้าน)
พริกลาบ
วัตถุดิบ
1. หอมแดง
2. กระเทียม
3. ข่า , ตะไคร้
4. พริกขี้หนูแห้ง
พริกแกง
1. พริกแห้งเม็ดใหญ่
2. พริกขี้หนูแห้ง
3. หอมแดง
4. กระเทียม
5. ข่าอ่อนหั่น
6. ตะไคร้ซอย
7. ผิวมะกรูดหั่น
8. รากผักชี
9. เม็ดผักชี ยี่หร่า คั่ว
10. เกลือป่น
11. กะปิ
** หมายเหตุ พริกที่ใช้ให้เลือกสีแดงเข้มเวลาไปทำอาหารจะได้มีสีแดงสวย
วิธีทำ
 ล้างทุกอย่างแล้วนำลงไปคั่วให้เหลืองและมีกลิ่นหอมก็ยกลง
 นำวัตถุดิบที่คั่วแล้วไปใส่เครื่องบดเพื่อทำการบด
 แพคใส่ถุงรัดปากถุงให้แน่น

การตลาด
ผลิตภัณฑ์
น้ำพริกแกง
น้ำพริกลาบ
บรรจุภัณฑ์
ถุงพลาสติก
การตั้งราคาขาย
น้ำพริกแกง กิโลกรัมละ 60 บาท
น้ำพริกลาบ กิโลกรัมละ 50 บาท
การจัดจำหน่ายและการกระจายสินค้า
การจำหน่ายน้ำพริกแกงจะจำหน่ายทั้งปลีกและส่ง ซึ่งแหล่งที่จะนำไปขาย คือ ร้านค้า และตลาดนัดชุมชน
ประโยชน์ที่ได้รับ
1. สมาชิกกลุ่มแม่บ้านมีรายได้มากขึ้น
2. ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์
3. คนในหมู่บ้านมีอาชีพเสริม
4. นำวัตถุดิบที่มีอยู่ภายในหมู่บ้านมาใช้ให้เกิดประโยชน์

4. กลุ่มปลูกไผ่ทวาย
ไผ่เป็นพืชที่เรารู้จักเป็นอย่างดีใช้ประโยชน์ได้มากมายหลายอย่าง ตั้งแต่ลำต้นใช้ในงานก่อสร้างที่พักอาศัย เครื่องใช้ภายในบ้านได้อย่างสวยงาม และหน่อของต้นไผ่ยังสามารถนำมาปรุงเป็นอาหารรับประทานได้อย่างหลากหลายเมนู ทั้งต้ม แกง ผัด ฯลฯ เนื่องจากมีรสชาติที่หวานกรอบอร่อย ในส่วนของบ้านเขาไร่ศรีราชาเกษตรกรได้มีการปลูกไผ่ไว้เก็บหน่อไม้ขายเป็นรายได้ ทำกิ่งชำไผ่เพื่อจำหน่าย และมีการแปรรูปไผ่เป็นไผ่อัดปี๊บ และหน่อไม้ดอง จนสามารถสร้างรายได้ให้กับครอบครัวได้เป็นอย่างดี
เนื่องจากบ้านเขาไร่ศรีราชามีอาชีพทำไร่มันสำปะหลัง ไร่อ้อย และสวนผลไม้ แต่ที่ถือว่าน่าสนใจมากที่สุดคือ การปลูกไผ่ เพื่อเก็บหน่อไม้ขายและนำมารับประทาน โดยพันธุ์ที่นำมาปลูกนั้นเป็นพันธุ์ทวาย ซึ่งเป็นไผ่พันธุ์ดีแตกต่างจากไผ่ทั่วไปที่ให้ผลผลิตเพียงปีละครั้ง แต่ไผ่ทวายนี้สามารถให้ผลผลิตตลอดทั้งปี และมีรสชาติหวานกรอบ กำลังเป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจนสามารถสร้างรายได้ให้กับเกษตรกรได้เป็นอย่างดี

การแปรรูปผลผลิต
หน่อไม้อัดปี๊บ/อัดขวด
เป็นการแปรรูปหน่อไม้ดิบให้เป็นหน่อไม้อัดปี๊บ
วัตถุดิบ
1. ไผ่ทวาย
2. ไผ่เขา
3. ไผ่ตง
กระบวนการผลิต
1. นำหน่อไม้ดิบมาปอกแล้วเกลาให้เกลี้ยง
2. นำปี๊บมาทำความสะอาดให้สะอาดพร้อมบรรจุหน่อไม้ลงในปี๊บ
3. ใส่หน่อไม้และน้ำลงในปี๊บแล้วนำไปต้มให้น้ำที่ใส่เปลี่ยนเป็นสีเหลืองและต้มจดหมดฟอง
4. ใช้ตะกั่วปิดฝาสังกะสี และนำน้ำกรดทาปากปี๊บเพื่อที่ตะกั่วจะจับปี๊บ
ประโยชน์
เป็นการถนอมอาหารให้สามารถเก็บรักษาได้นาน
รายได้ที่ได้รับจากการทำหน่อไม้อัดปี๊บ
การทำหน่อไม้อัดปี๊บรายได้ที่ได้รับเฉลี่ยแล้ว 3 เดือนจะได้รายได้อยู่ที่ประมาณ 100,000 บาท ทำให้มีรายได้ไว้ใช้จ่ายภายในครอบครัว

5. กลุ่มเลี้ยงโคเนื้อ
กลุ่มเลี้ยงโคเนื้อเริ่มมีการจัดตั้งกลุ่มมาเมื่อไม่นาน ซึ่งเริ่มจากคนในหมู่บ้านเขาไร่ศรีราชาที่เลี้ยงโคเนื้ออยู่แล้วได้จัดตั้งกลุ่มเอง โดยมีเงินจำนวนหนึ่งซึ่งเป็นการรวมหุ้นของชาวบ้าน จำนวน 60,000 บาท มาเป็นต้นทุนในการซื้อโคเนื้อ
การเลี้ยงโคเนื้อเป็นอาชีพที่น่าสนใจอาชีพหนึ่ง เพราะเนื้อโคที่ได้รับความนิยมในการนำมาประกอบอาหารบริโภคกันมากและการเลี้ยงโคเนื้อในปัจจุบันมีอยู่ด้วยกันหลายพันธุ์บราห์มันเป็นวัวที่นิยมเลี้ยงกันมาก เพราะมีขนาดใหญ่ ลำตัวสีดำคล้ำหรือเทา มีรูปร่างล่ำสัน กล้ามเนื้อมาก ลำตัวยาว มีโหนกสูงขนาดใหญ่ หลังยาวและแอ่นมีเหนียงย้อยใต้คาง หน้าผากกว้างยาว เขาชันขึ้นบนและงุ้ม ใบหูยาว เป็นวัวที่มีความอดทนต่อความร้อนและโรคได้ดี และเจริญเติบโตง่าย
วัตถุประสงค์ของกลุ่ม
1. รวมกลุ่มกันเพื่อช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
2. สร้างการต่อรองเกี่ยวกับการขาย และการช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
3. เพื่อสร้างความสามัคคีในกลุ่มอาชีพ

6. กลุ่มเลี้ยงปลาในบ่อพลาสติก
ขั้นตอนการเลี้ยงมี 3 ขั้นตอน
– การจัดเตรียมบ่อ
ขุดบ่อขนาดกว้าง 2 เมตร ลึก 1 เมตร ก้น 1 เมตร จัดทำขอบบ่อให้มีระดับเดียวกัน
ปูผ้าพลาสติกสีดำกันน้ำซึม
– การปรับสภาพน้ำในบ่อปลา เปิดน้ำใส่บ่อจนเต็มจากนั้นใส่จุลินทรีย์ EM จำนวน 1 ลิตร ผสมกากน้ำตาล 1 กิโลกรัม เพื่อเป็นการปรับสภาพน้ำและลดการเน่าเสียของน้ำ จากนั้นก็ปล่อยปลาลงเลี้ยงได้ เลี้ยงประมาณ 2-3 เดือน ก็สามารถจับมาบริโภคได้
วัตถุดิบที่ใช้
พันธุ์ปลาหาซื้อมาจากท้องตลาด
ข้อควรระวังและเกร็ดความรู้
1. การซื้อพันธุ์ปลาก่อนการเคลื่อนย้ายให้ปลาอดอาหาร 1-2 วัน เพื่อป้องกันปลาดิ้นและทำให้ปลาไส้ขาดเวลาเลี้ยงปลาจะไม่โต
2. การเคลื่อนย้ายปลาให้เตรียมน้ำมันพืช 30 ซีซี: เกลือ 1 ช้อนโต๊ะ คนให้เข้ากันตักใส่ในถุงหรือที่มีพันธุ์ปลาอยู่ประมาณ 1 ช้อนชา เพื่อป้องกันปลาบาดเจ็บ

7. กลุ่มผักสวนครัวรั้วกินได้
ผักสวนครัวเป็นพืชที่นิยมปลูกไว้กินในครัวเรือน เช่น พริก กะเพรา โหระพา ข่า ตะไคร้ เป็นต้น การปลูกผักไว้รับประทานเอง เป็นวิธีที่ดีที่สุดที่จะทำให้ได้บริโภคผักที่ปลอดภัยจากสารพิษ แต่ทุกครอบครัวคงไม่สามารถปลูกผักทุกชนิดไว้รับประทานเองได้ ดังนั้นผักสวนครัวดังกล่าวยังเป็นพืชเศรษฐกิจที่ตลาดต้องการอีกด้วย
ในการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวได้มีนางมั่ง กางสือ เป็นแกนนำ และมีสมาชิกคือ นางเรียม
แซ่จิว นางรจนา พรมเนตร์ นายจวน พวงศิลป์

8. สวนผลไม้
บ้านเขาไร่ศรีราชามีผลไม้อยู่หลายชนิดและเป็นผลผลิตที่ชาวบ้านปลูกและดูแลเอง ดังนั้นจึงมั่นใจได้ว่าปลอดสารพิษจริง ๆ เช่น ส้มโอ มะม่วง กะท้อน ละมุด ฯลฯ และผลผลิตดังกล่าวเมื่อจำหน่ายไม่หมดสามารถนำมาแปรรูปได้อีกด้วย เช่น ส้มโอกวน กะท้อนดอง กะท้อนแช่อิ่ม มะม่วงกวน เป็นต้น
ในการจัดตั้งกลุ่มดังกล่าวมี นายประจวบ ทองพูล เป็นแกนนำ
ส้มโอกวน
วัตถุดิบ
1. ส้มโอ
2. น้ำตาลทราย
3. มะขามเปียก
4. เกลือป่น
5. แบะแซ
กระบวนการผลิต
1. คั้นส้มอ่อนที่มีรสเปรี้ยวหรือส้มที่หล่น นำมาปอกและคั้นจนกว่าจะหายขม
2. นำมาต้มให้สุกและนำมาบดให้ละเอียด
3. นำส่วนผสมทั้งหมดลงในกระทะ (ส้มโอ,แบะแซ,น้ำตาลทราย,มะขามเปียก,เกลือป่น) แล้วกวนจนกว่าจะเหนียว และนำมาปั้นห่อด้วยกระดาษแก้ว